เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๑o ส.ค. ๒๕๕๕

 

เทศน์เช้า วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๕
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

เวลาเกิดมา มนุษย์มาจากไหน? พอมาเกิดเป็นมนุษย์นะเรารู้ดีรู้ชั่ว ความรู้ดีรู้ชั่วเราก็เรียกร้องเอาแต่ความดี อยากได้ความดีของเรา แต่ความอย่างนี้มันจะเกิดมาจากไหนล่ะ? มนุษย์สมบัติมีคุณค่า มีคุณค่าเพราะเราได้สร้างคุณงามความดีมันถึงได้มาเกิดเป็นมนุษย์ พอมาเกิดเป็นมนุษย์นะทุกคนก็อยากแสวงหาสิ่งที่ดีๆ

เวลาทางโลกเขานะ ดูสิเวลาเขาเดินทางรอบโลก เขาใช้จักรยานเดินทางรอบโลก สิ่งนั้นเป็นความทุกข์ลำบากไหม? เป็นความลำบากของเขา เขาขวนขวายทำไม? เขาขวนขวายเพื่อประสบการณ์ของเขา เขาตั้งใจของเขา เขาทำของเขาเพื่อประโยชน์ของเขา ประสบการณ์ของเขานะ นั่นพูดถึงเขาขี่จักรยานรอบโลกนะ แล้วจิตของเราเวียนตายเวียนเกิดในวัฏฏะมันทุกข์ยากขนาดไหน?

มันทุกข์ยากนะ เวลาขี่จักรยานรอบโลก เวลาไปเจออุปสรรคนะ นี่ไปเจออุปสรรค ไปเจอสิ่งที่เราไม่เคยคาดคิดมันต้องแก้ไขของมัน เฉพาะหน้าของมัน ดูเยาวชนนะ เยาวชนเด็กๆ มันแล่นเรือไปรอบโลก มันไปในท่ามกลางทะเลมหาสมุทรมันว้าเหว่ขนาดไหน? มันจะว้าเหว่ จิตใจมันจะเศร้าหมองขนาดไหน? ทำไมเขาทำของเขาล่ะ?

นี่เทียบกันนะ เทียบถึงเวลาจิตของเราเวียนในวัฏฏะมันเป็นแบบนั้นแหละ เวลามันเป็นแบบนั้น ดูสิไปอยู่กลางทะเลอยู่คนเดียว แต่ด้วยความมุ่งมั่นอยากจะเดินเรือรอบโลก รอบโลกเพื่ออะไรล่ะ? เพื่อให้ประสบความสำเร็จของเขาใช่ไหม? นี่เรารู้เราเห็นได้ เราพิสูจน์ได้ เราจับต้องได้ แต่เวลาจิตของเราเวียนตายเวียนเกิดเราเห็นไหม? เราไม่เห็นว่าจิตเวียนตายเวียนเกิดมันแบบใด

เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าย้อนบุพเพนิวาสานุสติญาณ เคยเป็นพระเวสสันดรมา เป็นสิ่งต่างๆ มา เพราะได้สร้างสมบุญญาธิการมามันถึงมีวุฒิภาวะเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ ไปศึกษากับอาฬารดาบส อุทกดาบส นี่ยกย่องสรรเสริญขนาดไหนเจ้าชายสิทธัตถะก็ไม่หลงเชื่อเขาไป สิ่งที่มีคุณค่าขนาดไหน แต่ในเมื่อจิตของเราไม่เป็นแบบนั้นมันก็คือไม่เป็นแบบนั้น เพราะอะไร? เพราะได้สร้างบุญญาธิการมา

แต่ของพวกเราเวลาศึกษาธรรมะมา ศึกษาธรรมะมานี่รู้แจ้งไปหมดเลย นี่เห็นเขาขี่จักรยานรอบโลก เห็นเขาไปรอบโลก เราไปดูสารคดีเห็นเขามีประสบการณ์ เขาเขียนมาเป็นหนังสือให้อ่าน เราอ่านจบแล้ว อืม! เราก็รู้หมดเลยรอบโลกทำอย่างนี้ แล้วเคยมีประสบการณ์ไหม? เป็นไปได้อย่างนั้นไหม?

นี่ก็เหมือนกัน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบุพเพนิวาสานุสติญาณ จุตูปปาตญาณ อาสวักขยญาณทำอย่างใด ถ้าทำอย่างนั้นนะมันเกิดเป็นความจริงของเราขึ้นมา ถ้าเป็นความจริงของเราขึ้นมา เราเทียบมา เทียบมาก็ต้องย้อนกลับมาดูหัวใจของเรา ถ้าหัวใจของเรามันน่าสงสารมากกว่านั้นนะ นี่เวลาโลกเขา ดูสิเขาแล่นเรือรอบโลก มันมีกี่คนในโลกนี้ที่ทำได้ นี่มันมีกี่คนในโลกที่ทำได้ แต่เขาทำของเขา เขาประสบความสำเร็จของเขา เวลาเราจะมาประพฤติปฏิบัติของเรา เราจะเอาใจของเราให้พ้นจากกิเลสมา มันจะทำง่ายดายอย่างนั้นได้อย่างไร?

เวลาคน เห็นไหม ดูสิเวลาเขาแล่นเรือไปรอบโลก เขาเขียนหนังสือของเขาออกขาย เขาทำสารคดีของเขา เขามีชื่อเสียงของเขา คนๆ เดียว ทุกคนรอบโลกรู้ตามไปหมดเลย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเวลาตรัสรู้ธรรมขึ้นมา นี่เป็นครูไปสอนเทวดา สัตถา เทวมนุสสานัง สอนหมด แต่สอนแล้วมันได้จริงหรือเปล่าล่ะ? ถ้ามันได้จริงขึ้นมามันก็เป็นความจริงขึ้นมา เห็นไหม ถ้าเป็นความจริงขึ้นมา เราศึกษา นี่ธรรมวินัยเป็นศาสดาของเรา เป็นเข็มทิศ เป็นเครื่องชี้ เป็นเครื่องชี้ว่าชีวิตเราจะเอาอย่างใด? นี่ถ้าชีวิตเอาอย่างใดเราต้องขวนขวายของเรา เราต้องประพฤติปฏิบัติของเราให้มันเป็นความจริงขึ้นมา

จะบอกว่าถ้ามันจะต้องแล่นเรือรอบโลกก็ต้องรอบโลก รอบโลกอะไร? รอบโลก รอบรู้จักทัศนคติของเรา โลกทัศน์ เราต้องคุมความรู้สึกนึกคิดของเราได้ ถ้าเราคุมความรู้สึกนึกคิดเราได้ นี่เราควบคุมได้ เราควบคุมได้เราก็จะบริหารจัดการได้ ถ้าบริหารจัดการได้เราก็จะกระทำของเราได้ ถ้าเราทำของเราได้ เราทำของเรามันก็เป็นความจริงของเรา แล้วมันจะซาบซึ้ง มันจะทึ่งนะ ทึ่งมาก เห็นคุณค่ามาก เห็นคุณค่าของน้ำใจ เห็นคุณค่าของหัวใจ เห็นคุณค่าของจิตที่มันเวียนตายเวียนเกิด

เพราะ! เพราะเราเกิดเป็นมนุษย์ นี่ทุกคนรู้ได้ว่าเราต้องตายไปนะ อายุนี้มันต้องสิ้นสุดเป็นธรรมดา แต่จิตนี้มันไปไหนล่ะ? มันก็มาเกิดอีก มันก็มาเกิดอย่างนี้อีก มันเกิดแน่นอน ถ้ามันเกิดอย่างนี้มันยังเป็นบุญนะ ถ้ามันเกิด เห็นไหม เวรกรรมมันพาไปเกิดนรกอเวจี เกิดเป็นเดรัจฉาน นี่วัฏฏะ กามภพ รูปภพ อรูปภพ มันต้องเวียนตายเวียนเกิดแน่นอน ถ้าเวียนตายเวียนเกิดแน่นอน ถ้ามันไปแก้เอาข้างหน้านั่นหรือ? ถ้าไปแก้เอาข้างหน้านั่นเราจะรู้ได้อย่างไรว่าไปอยู่สถานะไหน? เราจะรู้ได้อย่างไร? เราจะทำตัวอย่างใด?

ไปเกิดแล้วมันก็ใหม่ๆ อีกแหละ ถ้าใหม่ๆ นะถ้าวิทยาศาสตร์มันเจริญขึ้นมา นี่มันก็ชาติเดียวนี่แหละ มันพิสูจน์ไม่ได้หรอก มันไม่มีหรอก นี่มันเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้เท่านั้น เราจะพิสูจน์ตรวจสอบได้เท่านั้น นั่นมันพิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ ด้วยโลก แต่ถ้าเป็นความจริงล่ะ? ความจริงมันทุกข์มันยากไหม? เวลาเกิดอีกก็ทุกข์อีก แล้วเกิดอีกก็ทุกข์อีก

เวลาไปเกิด เห็นไหม สภาวะแวดล้อมที่มันย่ำแย่ไปเรื่อยๆ เวลาเกิดในสภาวะแวดล้อมนั้นมันก็ต้องรับสภาวะแบบนั้น เพราะสัตว์โลก ทุกดวงใจรักชีวิตตัวเอง รักนะอยากมีความสุข เกลียดความทุกข์ ปรารถนาความสุข ต้องการความสุข ต้องการคุณงามความดีทั้งนั้นแหละ แต่ความดี ถ้ามันดีในสถานะไหนล่ะ? เราเกิดในประเทศอันสมควร แม้แต่โลกในปัจจุบันนี้ เวลาเขาเกิดในประเทศที่ขาดแคลนทุกข์ยาก เขาก็อยู่ของเขาอย่างนั้น เขาก็พอใจอย่างนั้น เขาต้องปรับสภาพชีวิตของเขาเพื่อให้เข้าสภาวะนั้นได้ แต่เราเกิดมาในประเทศอันสมควร เกิดในประเทศอันสมบูรณ์ด้วย

สมบูรณ์ เห็นไหม ดูสิสุวรรณภูมิๆ นี่ที่นี่มันเป็นแผ่นดินทองมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แล้วเราเกิดมานะถ้าขยันขันแข็ง คนที่ขยันขันแข็งไม่มีวันอดตาย คนขยันขันแข็งทางโลกนะ เรายังขยันขันแข็งแล้วเรายังมีพุทธศาสนา พุทธศาสนาสอนถึงบุพเพนิวาสานุสติญาณ จุตูปปาตญาณ ที่มาและที่ไป บุพเพนิวาสานุสติญาณ คือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้สร้างสมบุญญาธิการมาขนาดไหน มันถึงเกิดเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ แล้วถ้าเจ้าชายสิทธัตถะไม่ได้ตรัสรู้ธรรม จุตูปปาตญาณต้องเกิดอนาคตอีกแน่นอน

นี่พุทธศาสนามีที่มาและที่ไป แล้วที่จบสิ้นล่ะ? ที่จบสิ้นก็ทำได้ ที่จบสิ้นขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทำให้จบสิ้นก่อน ทำให้จบสิ้นในใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าจบสิ้นแล้ว จบสิ้นแล้วได้ประโยชน์อะไร? อ้าว! เวลาเราปรารถนา เห็นไหม เราปรารถนาความสุข เราเกลียดความทุกข์ สุขเวทนา ทุกขเวทนา นี่มันเป็นเวทนา เวทนา สุขกับทุกข์ โลกธรรม ๘ ธรรมะเก่าแก่ จะมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือไม่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามันก็มีมาอย่างนี้โดยดั้งเดิม มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ สรรเสริญ นินทา

สรรเสริญก็คือความสุขไง สรรเสริญเยินยอกัน ความทุกข์ เห็นไหม สรรเสริญกับนินทา นินทาก็กดถ่วงให้เจ็บช้ำน้ำใจไง ของมันมีเก่าแก่ นี่ถ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ตรัสรู้ธรรมขึ้นมา โลกธรรม ๘ มันก็มีอยู่โดยดั้งเดิมอยู่แล้ว สัญชาตญาณของมนุษย์ สัญชาตญาณของสิ่งที่มีชีวิต เห็นไหม สัตว์การเมืองนี่สังคมสัตว์ สัตว์การเมืองมันต้องมีที่พึ่งที่อาศัย สัตว์ที่อ่อนแอกว่าก็ต้องหาสัตว์ที่เข้มแข็งกว่าเป็นผู้คุ้มครองดูแล มันก็มีการเมืองของมันตลอดไป นี่สิ่งนี้ แล้วอาสวักขยญาณทำอย่างใดล่ะ?

ถ้าอาสวักขยญาณ เห็นไหม ถ้ามันทำมาถึงจะเข้าใจได้ว่าสัตว์โลกเกลียดความทุกข์ ปรารถนาความสุข เราก็มีความสุขความพอใจของเราแล้ว ความสุขอย่างนี้ ความสุขอย่างนี้มันสุขเพื่อ ถ้ามันเป็นอวิชชา เป็นความไม่รู้ เป็นความสุขหลอกลวงไง เป็นความสุขหลอกลวงให้เราพอใจกับสิ่งนี้ เป็นความสุขหลอกลวงให้เราไม่ขวนขวายหาสิ่งที่ดีกว่านี้ มันเป็นการหลอกลวง หลอกลวงให้พอใจแค่นี้ไง ถ้ามันหลอกลวงให้พอใจแค่นี้ เราก็อยู่แค่นี้โดยที่ไม่แสวงหา ไม่ขวนขวายไง

ถ้ามันขวนขวาย เห็นไหม ทำไมต้องขวนขวาย? นี่ไงสุขเวทนาทุกขเวทนามันก็มีอยู่แล้ว สุขกับทุกข์ก็รู้อยู่แล้ว แล้วจะปรารถนาอะไรกันอีก แล้วจะทำอะไรกันไปข้างหน้าอีก วิมุตติสุขไง สุขที่ไม่เจือด้วยอามิส สุขที่ไม่เจือด้วยสิ่งใดๆ เลย สุขที่จิตใจมันเป็นของมันเอง นี่ถ้ามันเป็นวิมุตติ จิตนี้มันไม่เคยตาย จิตนี้เวียนตายเวียนเกิดไปแน่นอน นี่วัฏฏะ เราเกิดในวัฏฏะแน่นอน ถ้าเกิดในวัฏฏะแน่นอน มันเกิดดีเกิดชั่วตามสถานะของเวรของกรรม

แต่ถ้าในเมื่อจิตมันไม่เคยตายแน่นอน ถ้ามันใช้ปัญญาของเราในพุทธศาสนาไง เราเกิดในประเทศอันสมควร นี่สุวรรณภูมิแผ่นดินทองมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แผ่นดินทองไม่อดตายหรอก เราวิตกกังวลไปเองว่าเราจะต้องมั่นคงอย่างนั้น เราทุกข์ยากอย่างนั้น ทุกข์ยากนี่เวลาสุขนะ เวลาพอใจมันก็พอใจ เวลาทุกข์ นี่สุขกับทุกข์มันเป็นอวิชชา มันหลอกให้จิตใจแก้ปัญหาแค่นี้ไง ปัญหาเฉพาะหน้าตรงนี้ แต่ถ้าปัญหาที่จิตมันจะเกิดจะตายล่ะ?

นี่เวลาพระเขาคุยกันนะ เขาคุยกันการเกิดและการตาย นี่คนเกิดตายมันเป็นปัญหาเร่งด่วน ถ้าปัญหาเร่งด่วนทำอย่างไรล่ะ? ถ้าทำอย่างไรขึ้นมา เห็นไหม ปัญหาเร่งด่วนจะทำอย่างไร? ก็ต้องรักษาจิตของตัวเองเข้ามา เพราะตัวจิตนี่ตัวเกิดตัวตาย ถ้าตัวจิตตัวเกิดตัวตายต้องไปแก้ที่ไหน? ก็ต้องไปแก้ที่ตัวมันไง นี่สิ่งที่ไม่เคยตาย สิ่งที่ไม่เคยตายก็มันมีของมันอยู่แน่นอน แต่มันต้องเกิดต้องตายตามเวรตามกรรม ตามผลของวัฏฏะ ตามผลของวัฏฏะ ตามสถานะ ตามของมิติ ตามที่มันจะเวียนไป

แล้วถ้ามันวิมุตติล่ะ? มันวิมุตติทำอย่างไร? วิมุตติมันก็มีปัญญาของมันเข้ามา มาแก้ไขที่ตัวมัน มาปลดเปลื้องที่ตัวมัน พอปลดเปลื้องที่ตัวมันสังโยชน์เครื่องร้อยรัด ร้อยรัดอะไรไว้ล่ะ? ก็ร้อยรัดเวรร้อยรัดกรรมไง ดูสิเป็นโสดาบัน เห็นไหม โสดาบันจะไม่ถือมงคลตื่นข่าว คือไม่เชื่อเรื่องอื่นแน่นอน เชื่อเรื่องจากรัตนตรัย จากพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ธรรมเป็นที่พึ่งของเรา เป็นที่พึ่งของเรา เพราะเราไปรู้ไปเห็นของเรา เป็นที่พึ่งของเรา ธรรมกับใจมันเป็นอันเดียวกัน

เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกว่า “เธอจงมีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด เธออย่ามีสิ่งต่างๆ เป็นที่พึ่งเลย”

นี่แล้วก็บอกว่าบุคคลเป็นที่พึ่ง บุคคลเป็นที่พึ่งไม่ถูกต้อง ธรรมเป็นที่พึ่ง แล้วธรรมมันอยู่ไหนล่ะ? จะไปตักตวงอวกาศใช่ไหม? จะไปเอาพลังงานจากดวงอาทิตย์หรือ? จะไปเอาน้ำจากดาวอังคารใช่ไหม? นี่เอาอะไรเป็นที่พึ่งล่ะ? ถ้ามีธรรมเป็นที่พึ่ง แล้วธรรมมันอยู่ไหนล่ะ?

“เธอจงมีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด”

นี่กิเลสมันหลอกทั้งนั้นแหละ มันผัดวันประกันพรุ่งไง มันผลักออกไป บอกว่านู่นก็ไม่ใช่ นี่ก็ไม่ใช่ จงมีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด ธรรมอะไร? ธรรมก็คือธรรมชาติ ธรรมชาติคืออากาศ อากาศก็คือความพอใจ มันก็ซุกหัวพอใจอยู่ตรงนั้นแหละ แต่ถ้าธรรมเป็นอย่างไรล่ะ? ธรรมมันเป็นอย่างไร? ถ้าธรรมนะ ครูบาอาจารย์ท่านมีธรรม สิ่งที่ท่านแสดงออกนั่นแหละธรรม แล้วธรรมมันเป็นอย่างไรล่ะ? แล้วเรารู้ธรรมได้ไหมล่ะ? ถ้ารู้ เห็นไหม

“ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต”

ดูสิเห็นตถาคต เห็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รู้จริงเห็นจริงตามนั้น ถ้ารู้จริงเห็นจริงตามนั้นนะ แล้วมันจะไปไหนล่ะ? แล้ววิมุตติสุข เห็นไหม เราที่มันยังก้าวเดินกันไม่ได้เพราะเราอย่างน้อยก็สงสัย ไอ้ลังเลสงสัยมันจับจด ทำสิ่งใดก็จับจดเพราะสงสัย แล้วมันก็ต้องสงสัยตลอดไป ถ้าไม่รู้แจ้งมันสงสัยแน่นอน ไอ้ความสงสัย จะมีเงินล้าน เงินหมื่น เงินแสนก็สงสัย

เอ๊ะ! มันใช้ได้ ใช้ไม่ได้เนาะ โอ๋ย เสร็จแล้วมันจะเสื่อมค่าไม่เสื่อมค่าเนาะ ไปซื้อของแล้วมันจะสมราคาไม่สมราคาเนาะ มีเงินก็สงสัย มีเงินก็ไม่รู้จะใช้อย่างไร ไอ้ไม่มีก็สงสัย เราไม่มีเลย แล้วจะทำอย่างไรให้มันมีขึ้นมาเนาะ อ้าว! มีก็ทุกข์ ไม่มีก็ทุกข์ นี่อย่างน้อยก็สงสัย ใช้จ่ายอย่างไรมันก็ไม่ได้ดั่งใจ ไม่มีสิ่งใดได้ดั่งใจหรอก

ฉะนั้น สิ่งที่มันสงสัย มันระแวงในใจ นี่ถ้ามันแก้ไข ถ้ามันถมเต็มหมดแล้ว มันถมของมันเต็ม มันทำของมันได้ ถ้ามันทำของมันได้จะเป็นความจริงขึ้นมา

สิ่งที่โลกเขาเป็นจริงนะ เยาวชนเขาแล่นเรือใบรอบโลกได้ เขาขวนขวายของเขา เขามีความเพียรของเขา เขาไปตามแผนที่ เขาไปตามสิ่งที่ว่าเดี๋ยวนี้มีจีพีเอส เขาเดินทางถูกต้อง ถ้าเขาไม่ทำอย่างนั้นมันเวียนไป มันไม่รอบโลกหรอก มันเฉไฉออกนอกเรื่อง

ในการประพฤติปฏิบัติก็เหมือนกัน ถ้าเรามีสติมีปัญญาของเรา เราควบคุมใจของเรานะ เวลาทางโลกเขายังต้องทุกข์ยากกันขนาดนั้น ต้องฝึกหัด ยังต้องฝึกฝนตัวเอง เขาต้องเตรียมความพร้อมของเขา เขาถึงจะขี่จักรยานรอบโลก นี่แล่นเรือใบรอบโลกของเขาได้ ของเรานะเราจะประพฤติปฏิบัติของเราขึ้นมา มันจะมาจากไหนล่ะ? จิตใจที่มันอ่อนแอ จิตใจที่มันไม่มีความเข้มแข็งมันก็ต้องแก้ไขของมัน รักษาของมันขึ้นมา

ถ้ารักษาของมันขึ้นมา เห็นไหม มันทำได้ทั้งนั้นแหละ มันทำได้ถ้าจิตใจมันเข้มแข็ง จิตใจมีอำนาจวาสนา เราก็บอกว่าเรามีอำนาจวาสนา ทุกคนเป็นคนรักตัวเองที่สุด แล้วสมบัติ เห็นไหม เวลาเอาเหล็กกับทองมาวางด้วยกัน ให้หยิบเราหยิบอะไรล่ะ? เราจะหยิบเหล็กไหมล่ะ? เราก็หยิบทองทั้งนั้นแหละ

นี่ก็เหมือนกัน โลกียปัญญา ปัญญาของโลก นี่โลกุตตรปัญญา ความสุขของโลกกับความสุขของธรรม แล้วมันอยู่ไหนล่ะ? นี่ถ้าความสุขของธรรม เห็นไหม ถ้ามันวิมุตติแล้วจิตมันไม่เคยตาย นิพพานมันถึงมีไง ถ้าจิตมันนิพพานเสียเอง จิตมันเป็นนิพพาน จิตมันเป็นนิพพาน มันก็ไม่เวียนตายเวียนเกิด เพราะใครมาทำให้มันคลอนแคลนไม่ได้ไง นี่มันจะสูงมันจะต่ำไม่ได้ไง ที่มันเป็นกันอยู่นี้เพราะอะไรล่ะ? เพราะจิตเราคลอนแคลนเอง จิตเรามันบกพร่องเอง

พอจิตมันบกพร่องเอง นี่ในเมื่อมีรูปมันก็ต้องมีนาม ในเมื่อมีนามมันก็มีความว่าง มันก็มีความหมุนเวียนไป มันก็หมุนเวียนไปธรรมดา แล้วถ้ามันไม่มีของมันล่ะ? มันหมุนเวียนของมันอย่างไรล่ะ? นี่มันอยู่ที่เรานะ มันอยู่ที่หัวใจของเรา ทุกคนสามารถที่จะประพฤติปฏิบัติได้ ให้มีความเข้มแข็ง ให้มีหลักมีเกณฑ์ในหัวใจของเรา แล้วจะทำของเราเพื่อประโยชน์กับเรา

นี่วันนี้วันพระ วันพระแรก ถ้าวันพระแรก เห็นไหม ตั้งแต่อาสาฬหะมา เราตั้งใจของเรานะ ไม่ใช่ปล่อยวันคืนล่วงไปๆ ตายแน่นอน เวลาที่ได้มาคืออายุของเขา อายุของเราคือเวลาที่เสียไป แล้วเราเสียไปๆ เดี๋ยวก็แก่เฒ่า แก่เฒ่าแล้วนะ นี่เกิดมาในสุวรรณภูมิ แผ่นดินทอง แล้วเกิดมาพบพุทธศาสนา พุทธศาสนาสอนเรื่องอริยทรัพย์ ทรัพย์จากภายในที่เป็นนามธรรม ไม่ใช่ทรัพย์สมบัติที่จับต้องได้

พระเรานะมีศีลมีธรรมเป็นสมบัติ ถ้าเราประพฤติปฏิบัติขึ้นมาเราจะมีอริยทรัพย์ มีธรรมเป็นสมบัติ ถ้าเรามีธรรมเป็นสมบัตินะ โลกจะเร่าร้อนขนาดไหนมันก็เผชิญกับโลกนั้นได้ด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส เพราะมันเข้าใจหมดแล้ว โลกเป็นแบบนี้ มันสูง มันต่ำ มันเจริญ มันจะเสื่อม มันเป็นของมันอย่างนี้ มันเป็นของมันอย่างนี้ เราจะไปฝืนความเป็นจริงอันนั้นไม่ได้ แต่หัวใจของเราถ้ามันเสมอต้นเสมอปลาย มันจะไม่สูงไม่ต่ำไปกับโลกเขา แล้วมันจะยืนอยู่ของมันได้

นี่ทรัพย์อันนี้ที่เราแสวงหากัน เรามาทำบุญกุศลก็เพื่ออันนี้ เราประพฤติปฏิบัติก็เพื่ออันนี้ แล้วมันจะหาได้ที่ไหน? ที่อื่นไม่มี เว้นไว้แต่หัวใจของสัตว์โลก เอวัง